ในที่สุดก็ได้มาอยู่ที่นี่
.

.
ในรั้วจุฬาฯ
.

.
ใต้ร่มจามจุรี
.
.
แล้วอาทิตย์แรกของชีวิตนิสิตก็ผ่านพ้นไป เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายซะจนรู้สึกเหมือนกับว่าเราเปิดเทอมมาได้เดือนนึงแล้ว ถ้าจะให้หาคำมาบรรยายความรู้สึกในช่วงนี้ละก็ คำแรกที่ผุดขึ้นมาก็คือ
เหนื่อย...
เหนื่อยกับการเดินทางในช่วงเวลาที่เร่งรีบ
เหนื่อยกับการพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ซึ่งทุกคนล้วนแต่เป็นคนแปลกหน้า
เหนื่อยกับการเรียนวิชาเดิมๆ แต่เพิ่มความเครียดขึ้นเป็นสองเท่า
เหนื่อยกับการพยายามปรับตัวในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
แล้วก็...เหนื่อย...กับการนั่งขำมุกพี่ๆสต๊าฟเชียร์ทีหาเรื่องมาให้ฮาได้ทุกวัน
อันที่จริงก็ไม่ได้เหนื่อยซะทีเดียวหรอก มีเรื่องสนุกๆอีกมากมายอย่างเช่นห้องเชียร์ ที่มีแต่คนบอกว่ามันจะมีว้าก ที่ไหนได้ สต๊าฟเชียร์คณะวิดยาทำเรื่องเครียดให้เป็นเรื่องฮาได้ทุกคน (โดยเฉพาะประธานเชียร์)พี่ๆใจดี มีเหตุผล ร้องเพลงสบายๆ แต่น้องจะเหนื่อยตายเพราะหัวเราะจนหายใจไม่ทันนั่นละ (บางทีต้องมีช่วงพัก อ่ะ ให้ขำ)
แต่ถ้าช่วงไหนไม่มีเรียน ไม่มีห้องเชียร์ ก็ต้งหาที่สิงสถิตกัน ซึ่งใต้ตึก Sci ตึกเรียนของผีถั่วนั้นเป็นชัยภูมิที่เหมาะสุดๆ เพราะเป็นลานกว้างเพดานสูง มีโต๊ะเก้าอี้เรียงราย สายลมเย็นๆพัดโชยตลอดเวลา เหมาะแก่การนั่งชิวๆเป็นที่สุด ถ้าหิวก็แค่เดินข้ามถนน(ใน ม.)ไปฝั่งตรงข้าม มีทั้งโรงอาหารและเซเว่น หรือจะเดินลงไปชั้นใต้ดินของโรงอาหาร จะไปจ๊ะเอ๋กับสหกรณ์ นอกจาของจิปาถะแล้ว ยังมีเครป ไอติม เบเกอรี่ และน้ำปั่น ให้บริการอีกด้วย (ของกิน...อุดมสมบูรณ์สุดยอด 555+)
อย่างที่บอกไปว่าใต้ตึก Sci เหมาะแก่การนั่งเล่น แต่ความเห็นส่วนตัวนะ ที่นี่ไม่เหมาะแก่การนั่งทำการบ้านเป็นที่สุด เพราะอะไรน่ะรึ บรรยากาศดีๆ แบบนี้ นั่งนานๆก็หลับน่ะเซ่!!!จริงๆนะ เพราะเราไปหลับมาแล้ว 2 รอบ เป็นที่ๆหลับสบายจริงๆ เหอๆๆ
ส่วนเพื่อนๆจากสามเสน และเพื่อนโรงเรียนอื่นที่รุ้จักกัน ที่จากตอนแรกที่ดีใจว่า โอ้ คนโน้นก็ติดจุฬา คนนี้ก็ติดจุฬา เข้าไปแล้วคงได้เจอกัน ที่ไหนได้ ดีใจเก้อ เพิ่งรู้ว่า แม้จะเรียนที่เดียวกัน คณะเดียวกัน แต่ถ้าเรียนคนละภาคกันนี่ก็เท่ากับว่าอยู่คนละโลกแล้ว เพราะงั้น ไม่แปลกที่เจ้าเพื่อนสนิทคนนึงที่ติดวิดวะที่นี่ จนป่านนี้เรายังไม่เห็นหัวมันเลย - -"
ที่ผ่านมา กิจกรรมรับน้องต่างๆ ความสนุกสนาน ความอบอุ่น ที่รุ่นพี่มอบให้ ทำให้เรารู้สึกว่า มหาวิทยาลัยนี้คือ"บ้าน"อีกหลังหนึ่ง
แต่ตอนนี้ หลังจากผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์ เราก็ได้รู้จักอีกมุมมองหนึ่ง ที่นี่คือ "โลก" ไม่ถึงกับเป็นโลกภายนอกเสียทีเดียว แต่เป็นโลกที่กว้างใหญ่กว่าที่เคยรู้จักมากมายนัก ทำให้รู้สึกว่า เรามันเป็นแค่ถั่วงอกต้นเล็กๆ ในสวนมะม่วงเท่านั้นเอง
สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ผู้คนที่หลากหลาย ทำให้แรกๆเรารู้สึกเคว้งอย่างหนัก แต่มันทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง
เรียนรู้ว่า มิตรภาพใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ง่ายดาย แค่ยิ้ม แล้วถามออกไป "เธอชื่ออะไรอ่ะ"
เรียนรู้ว่า การอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่จะคิดถึงแต่ตัวเองเท่านั้น เพราะโลกนี้ไม่ได้มีเราแค่คนเดียว
เรียนรู้ว่า ชีวิตนี้เป็นของเรา การตัดสินใจเป็นสิทธิ์ของเรา สุดท้าย คนอื่นๆก็เป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ แต่คนที่เลือกว่าจะใช้ชีวิตแบบไหน จะยืนหยัดอยู่ด้วยตนเองได้อย่างไร และจะก้าวไปบนเส้นทางสายใด ก็คือตัวเราเอง
ยอมรับว่า กลัวเหมือนกัน
เส้นทางสายนี้ ไม่รู้จะเจอกับอะไรบ้าง
แต่ช่วยไม่ได้นี่นะ
ไม่ว่ายังไงก็ต้องก้าวต่อไป
ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าเราตัวคนเดียวนี่นา
.
.
.
.
ปล. ไม่คิดว่าจะอัพเอ็นทรี่นี้ขึ้นมาได้นะเนี่ย
ปปล.ไหนๆนานๆมาที ก็ขอร่ายยาวหน่อยละกัน
ปปปล. ก็คงจะประกาศสภาวะดองต่อไป เพราะไม่รู้เอ็นทรี่หน้าจะมาเมื่อไหร่ เหอๆๆๆ
edit @ 2007/06/30 18:45:14